| yaki's profileYakiPhotosBlogLists | Help |
Yakiwelcome To mY world 23 March อุบล ทริปว้าว ว้าว ว้าวววววว อยากจะไปเจอคนคนหนึ่ง แต่คราวนี้ก้อพลาด เสียใจอะ ไปแล้วดีกว่า 08 October ทริป นะคอนประถมและแล้ว การเดินทางก้อเริ่มต้นอีกครั้ง
วันนี้ผมขอนำทีมแกงค์ 3 ช่าไปทัวร์นครประถมกัน
แต่คราวนั้นจะแตกต่างจากครั้งไหนๆ เพราะว่า
ผมจะขอ ขับรถไปเองคร้าบบบบบ
(หลังจากหัดขับมากนานนนนน หลายวัน)
ขอแนะนำ ผู้ร่วมชะตากรรมกะ ผมก่อนน่ะ
วันนี้ มี กิ่งกาน ภัทธริน และ เรือนแก้ว
แล้ว ภัทธริน รับหน้าที่เป็นนาวิกเกเตอร์ให้
(หลังจากศึกษาแผนที่มาเป็นอย่างดี ตลอดคืน.........หาะ!!)
แล้วการเดินทางก้อเริ่มต้นขึ้น
แล้ว นาวิกเกเตอร์ของเราก้อแผงฤทธิ์ทันที หลังจาก
เลยยยยยยยย ครับท่าน
ถึงกะใจแป้ว เพราะเพิ่งออกจากกรุงเทพเองอะคับ
แล้วก้อ วนไปวนมาจนกลับมาได้
รอดตัวไป
เย้ ถึงแล้วเป้าหมายแรกของเราคับ
"วัดไร่ขิง"
ทำมายตั้งชื่อนี้ผมเองก้อไม่เข้าใจ
สงสัย เมื่อก่อนน่าจะมีขิงปลูกเยอะ
ว่ามั๊ยคับ
ไหว้พระกับเสร็จเรียบร้อย
ก็ไปให้อาหารปลากันคับ
แล้วเรื่องราวก้อเกิดขึ้น เพราะกิ่งกานของเรา
แอบเอาขนมปังเลี้ยงไป 2แถว ไปกินเองคับ
โห่ พี่น้องคับ
เค้าให้เอาเลี้ยงปลา ถึงมันจะน่ากินก้อเหอะ
แล้วเราก้อเดินทางต่อไป ที่ "ดอนหวาย"คับ
ของกินเยอะมาก มาก คับพี่น้อง
เรียกว่าซื้อกินได้ตลอดทางคับ
แต่คนก้อเยอะมากมาย เดินเบียดจนตัวผอมเลย
ก้อเลยต้องกินทั้งๆทีจำใจอะคับ
เพราะม่ายอยากผอม น่าสงสารเนอะ
หลังจากอิ่มเป็นควายแล้ว
ก้อออกเดินทางกันต่อ
เป้าหมายของเราครั้งนี้เป็น
"วิทยาลัยดุริยางค์ศิลป์"
หรือ ที่เค้าถ่ายซีซั่นเชจกัน คับ
ขอบอก ขอบอก
ว่าอยากมาที่นี้มากมาก หลังจากดูหนังเส็ด
เผื่อจะได้เจอ น้องนาถ อีกสักคน
และแล้ว สวรรค์ก้อสันสร้างให้ได้เจอ
น้องเหมือนฝัน (ผมตั้งชื่อเองคับ)
เพราะหลังจากหลงทางในมหิดล มาเกือบ 2 รอบ
ก้อมาเจอน้องที่เพิ่งเข้าค่ายเส็ด
หน้าตาเหน็ดเหนื่อย
แล้วพวกเราก้อม่ายสนใจ เข้าไปถามทันทีว่า
ไอ่คณะนี้อยู่ไหนเหรอ
น้องเค้าก้อบอกไม่รู้เหมือนกัน
แต่ แต่ พี่น้องคับ
ถ้าเป็นเพื่อนๆ หรือผม ก้อคงตอยเส็ดแล้วก้อเดินไป
ก้อกูม่ายรู้หนิหว่า
แต่ น้องเหมือนฝันของผม
รีบวิ่งไปถามยามให้
โอ๊ย โอ๊ย
หน้าตาก้อน่ารัก น้ำใจก้องาม
เลยเผลอปากไปว่า "ไปด้วยกันมั๊ยจ๊ะน้องสาว"
หลังจากนั้น น้องเค้าก้อหายไปเลยคับพี่น้อง
. . .
แต่ม่ายเป็นราย เพราะก้อไปถึงเป้าหมายที่3ได้เรียบร้อยคับ
ที่นี่สุดบรรยายคับพี่น้อง
เพราะ ขี้เกียจเขียนไปดูในรูปละกันน่ะคับ
แล้วก้อ ได้เจอสะพานซีซั่นเชจ(ขอตั้งชื่อให้)
และ เวทีของน้องบอลน่ะคับ
จากนั้นก้อมองหาน้องนาถ เด่วหนนี้เฟวคับ
ม่ายเจอ
ก้อเลยตั้งหน้าตั้งตาเป็นช่างกล้องอย่างเดียว
เมื่อถึงเวลาอันควร
การเดินทางครั้งนี้ก้อจบลงอย่างลั้นล้า
ขอขอบคุณ
พระบิดาของข้าพเจ้า ที่อนุญาติให้เอารถไปขับเล่น
(แล้วก้อถูกเค้าชนมาด้วย)
น้องๆสุดเลิฟ ที่ทำให้ได้ไปศาลายา แล้วก้อทริปนี้สนุกสนาน
เฮฮามากมาย พร้อมรูปสวยๆกลับมาด้วย
น้องเหมือนฝัน หวังว่าจะได้เจอกันอีกน่ะคับ
รถสุดเก่ง ขอบคุณที่คุ้มครองพวกเราอย่างปลอดภัยน่ะคับ
สถานที่สวยๆ มากมาย
แล้วจะกลับมาตอนหน้านะคับ
30 July เพลง กะ ความรักบล๊อกอันที่แล้วระบายความเครียดมากไปหน่อย
ต้องกลับมาบอกว่า ตอนนี้สบายแล้ว
ม่ายช่ายม่ายมีปัญหาน่ะ
แต่ม่ายคิดแม่งแล้ว สบายใจกว่าเยอะเลย
หลังจากนั้นก้อโอเคขึ้นเยอะ
ขอบคุณสำหรับคนที่เป็นห่วงน่ะ
*******************************
where where is a where where
(ไหนไหนก้อไหนไหนแล้ว)
ก้อเลยมาเขียนอารายเล่นอีกดีกว่า
มีคนเคยถามว่า "ให้นึกเพลงหนึ่งเพลงขึ้นมาจะนึกถึงเพลงอาราย"
เพื่อนๆลองนึกกันก้อได้น่ะ
พอนึกได้เส็ดก้อบอกไปว่า เพลง......
เค้าก้อบอกมาว่า
คนส่วนใหญ่อะ จะนึกถึงเพลงที่เกี่ยวกับความรัก
(เอะ เพื่อนคิดหรือป่าวน่ะ)
ผมก้อ อ้าว ชัวร์ดิ เพลงบ้านเรามีแต่
เพลงรัก ไม่อกหัก รักคุด ก้อสมหวัง แอบรัก
อารายมากมายตลอดเวลา
เพลงนี่ก้อดีน่ะฟังแล้วโดนตลอดเวลา
ชีวิตผม ไม่ว่าช่วงไหนที่เกี่ยวกับเรื่องความรักน่ะ
ต้องมีเพลงประกอบที่เลย
เหมือนคนแต่งเพลงเขียนขึ้นมา4meเลย
(ผมม่ายได้คิดไปเองน่ะ ก้อมันอย่างกะชีวิตจิงอะ)
แต่ก้อเพราะเพลงนี่แหละ บางทีมันก้อเป็นอารายที่
ทำให้คิดได้ อย่างที่ตัดสินใจบอกความในใจกะสักคนไปอะ
โหยตอนนั้น จะบอกดี ม่ายบอกดี บอกดี ม่ายบอกดี
เพลงนั้นก้อให้บอก เพลงนี้บอกแล้วจะเป็นไง
โหย เรียกว่าแทบคิดเป็นเพลงเลยอะ
สุดยอดน่าจะไปแต่งเพลงน่ะเนี้ย
แล้ววันนี้ก้อฟังอีกเพลง
จิงๆก้อฟังไม่รู้เรื่องเลยแหละ
เป็นภาษาอารายก้อม่ายรู้ น่าจะจีนอะ
แต่ฟังออกอยู่ท่อนม่ายรู้ถูกป่าวน่ะ
ร้องว่า
u r light of my life u r one of my life
ฟังแล้วชอบ (เพลง cool aloha)
เคยเป็นป่ะ
ก้อฟังไม่รู้เรื่องน่ะ แต่รุ้สึกไปกะเพลงอะ
ว่าเค้ามีความสุขในความรัก
ซึ่งผมก้ออยากมีมั้งอะ
วันนี้เหมือนกัน
เห็นภาพที่ใกล้เคียงกะที่ผมคิดไว้สำหรับคู่รักเลย
ลองนึกตามน่ะ
เป็นภาพที่มองจากข้างหลังอะ
มีเก้าอี้ยาว(2คนนั่ง)
ที่ชายหญิง 1 คู่นั่งด้วยกัน
รอบๆเป็นธรรมชาติ มีแสงแดงๆก่อนอาทิตย์ตก
เทอ กำลังซบไหล่ของ เค้า
แล้วถ้ามีเพลงคลอไปด้วยน่ะ
ดูแล้วก้อรู้สึกดีกะความรักน่ะ
แล้วก้อเหงาที่ม่ายมีสะที
แต่ก้ออย่างว่า
ผมมันคนประหลาด คงหาคนเข้าใจยากอะ
วันนี้ม่ายจบด้วยเพลงก้อคงม่ายสมบูรณ์อะ
แล้วถ้าเป็นเพื่อนๆ ล่ะ
จะเลือกเพลงอาราย
ผมขอเพลงนี่ล่ะกัน
"เสียดาย ที่วันนี้ไม่มีเทออยู่
อยากจะทำทุกสิ่ง อยากจะทำทุกอย่าง
หากยังพอมีหวังให้วคืนวันมันย้อนไป
คืนวันที่ดีอยากจะมีเทอข้างกาย
ให้เหมือนเดิมอีกครั้งนึ่ง"
ปล. มีความรักอะ ก้อรักษาไว้ให้อยู่น่ะ 24 June มันเกิดอารายขึ้นกะชีวิตเนี้ยยยยยยยยมีพี่คนหนึ่งเปรียบไว้ว่า ชีวิตตอนนี้
เหมือนกับ ถูกเผาอยู่ ถ้าผ่านไปได้
ก้อแกร่ง แต่ถ้าผ่านไม่ได้ ก้อตาย
ไม่รู้จะผ่านมันไปยังไง แต่ก้อไม่อยากตาย
ไม่รู้ที่ลองทำไป มันเรียกว่าสู้แล้วยัง
ไม่รู้ว่า ในทุกๆตอนเช้าที่ตื่นมา งานทุกอย่างที่ทำ ทำไปเพื่ออะไร
สุดท้ายคำว่า "มีแค่วันนี้แหละ ที่มีค่า"
ก้อทำไม่สำเร็จ
ตอนนี้ใช้ชีวิตอย่างกะแบกโลกเอาไว้
ทั้งๆที่ใจจิงอยากที่จะเหยียบมันไว้
แต่ทำไมทำไม่ได้อะ
ทุกวันนี้ เห็นหน้าตัวเองในกระจก
ก้อมีคำถามอยู่ตลอดว่า ทำอะไรอยู่
ทำไมต้องทำหน้าเครียดตลอดเวลา
ชีวิตเราไม่มีความสุขแล้วเหรอ
ไม่จิงน่ะ ไม่จิง
เมื่อก่อนไม่เห็นจะหงุดหงิดกับเรื่องเล็กน้อย
ทำไมวันนี้เรื่องไร้สาระ ก้อวนเวียนอยู่ในหัวจนแทบระเบิด
ไม่รู้ว่า มันเกิดจากอะไร
งาน ความรัก ความเหงา เพื่อน
เกิดจากอะไรช่วยบอกที่เหอะ
ไม่อยากให้วันแต่วัน ผ่านไปอย่างไม่มีความสุขเลย
พยายามคิดว่า ยังมีคนที่แย่กว่าเราตั้งเยอะ
ปลอบตัวเอง
ก้อทำแล้ว
แต่แล้ว
ความรู้สึกจากข้างในมันก้อม่ายหายไป
งาน
ทำงานไปหัวก้อคิดตลอดว่า
ทำไม ทำไม ทำไม
ก้อทำไมล่ะ ทำไมไม่ยุติธรรมเลย
อยากพูดว่า
จะเอายังไงกับผม
ชีวิตผมไม่ได้เกิดมาเพื่อทำงานน่ะ
จะให้ 80%ของชีวิตเป็นการทำงาน
แล้ว อีก 20% เป็นการนอน
ผมไม่เอาน่ะคับ
ไม่เอาจิงๆด้วย
(กูว่าที่เครียดหลักๆ มาจากเรื่องงานแน่นอน
แต่ก้อม่ายรู้จะไปแก้ยังไง)
ความรัก
ก้อรู้นะ ว่าเป็นไปไม่ได้
รู้ และมันก้อฝังอยู่ในความคิดเลย
ไม่ว่าจะทำยังไง ก้อข้ามกำแพงนี้ไปไม่ได้
ยิ่งพยายามจะข้ามไป ก้อยิ่งจะทำให้
พื้น ที่ยืนอยู่พังทลายลงไป
แต่จะให้ตัดใจ ก้อทำไม่ได้
วันนี้ยังไงก้อทำไม่ได้
ไม่รู้ว่า ความรู้สึกดีๆที่เคยมีให้กัน
หมดไปยัง
ไม่รู้ว่า เค้าจะเคยรู้มั๊ยว่าคิดถึง
คิดถึงจิงๆ อาจจะเป็นผู้ชายปากแข็ง
แต่ก้อไม่อยากหลอกตัวเองน่ะ
ตี้ก้อรู้น่ะว่า ยิ่งพูดไป ก้อยิ่งทำให้เรายิ่งห่างกัน
ขอโทดน่ะ ที่ทำให้ลำบากใจเรื่อยมา
ไงก้อทน หน่อยละกันน่ะ
อย่าหายไปจากชีวิตตี้เลย
ถึงบางคน(คนละคนกะความรักน่ะ)
ถ้าเกลียดกูนัก ก้อบอกมาเลยว่าเกลียด
จะได้เข้าใจกันไปเลยว่า
เกลียดกัน
อย่ามาทำให้ชีวิตกูเครียดไปกว่านี้เลย
กูไม่อยากทน
กูขี้เกียจหาเหตุผลว่ากูไปทำอารายมึงป่าว
ขี้เกียจคิดถึงเรื่องมึงให้รกสมอง
จะทำอารายก้อทำไป
โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
เอ๊ะ ไอ่...นี่
เรื่องพวกนี้วนอยู่ในหัวเรามากมาย
ตลอดเวลา
รบกวนแม้กระทั่งตอนวันหยุดพักของเรา
มาทำให้ความสุขลดลง
มาทำให้รับน้องครั้งนี้ต้องมีเรื่องบ้าบ้าบอบอ
ให้คิด แทนที่จะได้อยู่กะ เพื่อนอย่างสนุกสนานเมามัน
กลับต้องมีอารายมาจี๊ดที่หัวตลอด
ออกไปจากหัวกูเด่วนี้น่ะ
ออกไป
ออกไปเถอะ กูขอร้อง
กูไม่อยากเป็นอย่างนี้
ขอกลับไปเหมือนเมื่อหลายปีที่ผ่านมา
อยากคิดถึงเพื่อน ก้อมีเรื่องให้ยิ้ม
อยากคิดถึงความรัก ก้อมีเรื่องให้ยิ้ม
อยากคิดถึงงาน ก้อมีเรื่องให้ยิ้ม
เอา ตี้คนเดิมกลับมาน่ะ
แว๊น แว๊น แว๊น
แกวก แกวก แกวก
อ๊ากกกกกกกกกก
ปล. ไม่คิดเลย ว่าจะต้องกลับมาใช้บล๊อกเป็นที่ระบาย
แต่ก้อไม่รู้จะไปบอกเรื่องเครียดอย่างงี้กะคัย
อ่านแล้วห้ามเครียดตามน่ะ
แต่ถ้าเป็นห่วง ก้อโอเคอนุญาติ
แล้วก้อไปรับน้องครั้งก้อยังสนุกน่ะ
555
22 October มีวันนี้เท่านั้นแหละ ที่มีค่าวันนี้มีนิทานมาเล่าให้ฟัง
ได้มาจากหนังสือเล่มหนึ่ง
เรื่องมันมีอยู่ว่า
ความรักไม่เกี่ยวหน้า เราทำทะลึ่งก้อหาว่าทะเล่อทะล้า
ขอความรักดีดีไม่ให้ งั้นเตรียมพบกับ ยากูซ่า แท้แด้ดๆ
ยังรั่วได้ตลอดเวลา
ยาวมากมากน่ะ แต่อยากให้อ่าน
จิงๆน่ะ
อ่านให้จบน่ะ
น่ะ
.
.
.
เริ่มเรื่องว่า
เมื่อน้องเออายุได้14ปี ต้องเตรียมสอบขึ้นมอปลาย
พ่อแม่และคุณครู ต่างแนะนำให้น้องเอ หยุดเล่นฟุตบอล
ในตอนเย็น และวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อจะได้อยู่บ้านและใช้เวลา
กับการทำการบ้าน เค้าอธิบายว่าถ้า น้องเอสอบได้คะแนนดี น้องเอ
ก็จะมีความสุข
น้องเอ เชื่อคำแนะนำ น้องเอสอบได้ดี แต่มันก้อไม่ได้ทำให้น้องเอ
มีความสุข แต่ความสำเร็จนั้นกลับทำให้น้องเอต้องเรียนหนักขึ้นไปอีก 3ปี
เมื่อถึงการสอบเข้ามหาลัย พ่อแม่และคุณครู แนะนำไม่ให้ออกไปเที่ยว
ยามค่ำคืน และวันเสาร์อาทิตย์ และไม่ให้ไล่จีบผู้หญิง แต่ให้อยู่บ้าน
เพื่อท่องหนังสือและบอกกลับน้องเอว่า ถ้าน้องเอสอบได้คะแนน ดีดี
น้องเอจะมีความสุข
อีกครั้งที่น้องเอ เชื่อคำแนะนำ และสอบได้คะแนนดี และอีกครั้งเช่นกันที่
มันไม่ได้ทำให้น้องเอมีความสุขเท่าไหร่ เพราะน้องเอพบ ว่าตัวเองต้องเรียนหนักที่สุด
อีกตลอด 4 ปีที่แสนจะยาวนาน เพื่อให้ได้ปริญญาจากมหาวิทยาลัย
คราวนี้ พ่อแม่และอาจารย์ ก้อต่างแนะนำน้องเอให้อยู่ห่างจาก ร้านเหล้า ผับ บาร์ต่างๆ
เพื่อจะได้มีเวลาเต็มที่กับการเรียน เค้าบอกกลับน้องเอว่า
ปริญญาจากมหาวิทยาลัยสำคัญมาก ถ้าน้องเอได้มาน้องจะมีความสุข
.....มาถึงตรงนี้ น้องเอเริ่มสงสัยแล้วว่า
น้องเอเห็นรุ่นพี่บางคนเรียนหนัก และได้ปริญญา เด่วนี้เค้าต้องทำงานแรกอย่างหนัก
เพื่อให้เงินมากพอซื้อของที่จำเป็น เช่นนรถ เค้าบอกกลับน้องเอว่า
"เมื่อพี่มีรถยนต์ พี่จะมีความสุข"
แต่เมือ่พี่คนนั้นหาเงินได้มากพอที่ซื้อรถยนต์คันแรกได้ เขาก็ยังไม่มีความสุขอยู่ดี
พี่เค้าเริ่มทำงานหนักขึ้นเพื่อซื้อของอื่นๆที่จะทำให้เค้ามีความสุข
หรือเค้าก้อกำลังสับสนุวุ่นวายกลับความรัก พยามยามตามหาคนที่ใช่
และบอกกลับน้องเอว่า "ถ้าพี่ได้แต่งงาน กับคนที่ใช่พี่จะมีความสุข"
เมื่อแต่งงานแล้ว เค้าก้อยังไม่มีความสุข เค้าต้องทำงานหนักกว่าเดิม
รับงานพิเศษมากขึ้น เพื่อเก็บเงินไปสำหรับบ้านสักหลัง และบอกกลับน้องเอว่า
"ถ้าพี่มีบ้านของตัวเองเมื่อไหร่ พี่จะมีความสุข"
และแล้ว เรื่องน่าเสียใจก้อเกิดตามมา ค่าใช้จ่ายในการผ่อนบ้านสักหลัง
มีหนักหนามาก ทำให้พวกเค้าไม่ถึงความสุขสักที และยิ่งไปกว่านั้น
เค้ามีครอบครัว มีลูกต้องดูแล ที่จะตื่นมากลางดึก เงินเก็บที่มีมาก้อหมดไป
เพื่อความกังวลมากมายให้กับเค้า คราวนี้คงจะเป็นอีก 20ปีข้างที่เค้าจะทำ
อารายได้อย่างที่เค้าต้องการ เค้าจึงบอกน้องเอว่า
"เมื่อไหร่ที่ลูกๆโตพอที่จะออกไปตั้งตัวได้ เมื่อนั้นแหละเค้าจะมีความสุข"
กว่าลูกๆจะโต เค้าก้อคงปลดเกษียณ ก้อต้องเลื่อนเวลาของความสุข ออกไป
เขาต้องทำงานหนักเพื่ออดออมไว้ยามแก่ เค้าบอกกลับน้องเอ ว่า
"เกษียณเมื่อไหร่ จะได้มีความสุขสักที"
และหลังจากนั้น เมื่อเค้าเกษียณ เค้าเริ่มเข้าวัด ฟังธรรม ทำให้น้องเอสงสัย
ว่าทำไมคนแก่ๆ ถึงชอบมาที่วัดกัน และคำตอบที่น้องเอ ได้ฟังก็คือ
"เพราะว่าตายไปแล้วจะได้มีความสุข"
.
.
.
ถ้าจบเรื่องราวไว้เพียงแค่นี้ คงมีคำถามในใจมากมายว่าเขียนทำไม่
ลองใช้เวลาคิดสักนิดก่อนที่จะอ่านนิทานเรื่องต่อไป
.
.
.
.
.
.
.
นิทานเรื่องที่ 2
ในหมู่บ้านชาวประมงที่เงียบสงบแห่งหนึ่งในเม็กซิโก
ชายอเมริกันคนหนึ่งเดินทางเข้ามาพักผ่อนอยู่ที่หมู่บ้านนี้
เค้าเฝ้าดูชาวประมงคนหนึ่งขนปลาที่จับได้เช้าวันนั้น
ชายอเมริกันเป็นโปรเฟสเซอร์ที่ประสบความสำเร็จสูง
เค้าไปนอาจารย์ที่มหาลัยชื่อดังของโลก เขาจึงอดไม่ได้
ที่จะแนะนำแกชาวประมงเล็กน้อย
"นี่นาย! ทำไมนายถึงเลิกจับปลาแต่เช้าอย่างงี้ละ"
"เพราะผมจับปลาได้เพียงพอแล้วซิคับ"ชาวประมงตอบอย่างอารมณ์ดี
"พอเพียงที่จะเป็นอาหารของครอบครัวและก้อเหลืออีกเล็กน้อยไว้ขายด้วย
เด่วผมก้อจะไปกินข้าวกลางวันกับลูกเมียผม แล้วก้องีบสะหน่อย
ตื่นมาเล่นกับลูกๆ หลังอาหารเย็นผมก้อไปร้านเหล้าดื่มเตกีล่าสักหน่อย
เล่นกีตาร์กับเพื่อนๆมันพอเพียงก้อผมแล้วคับ"
"นี่ สหาย ฟังผมน่ะ" โปรเฟสเซอร์กล่าว
"ถ้านายอยู่ที่ทะเลจนถึงบ่ายแก่ๆ นายจะได้ปลามากขึ้นเป็นสองเท่าอย่างสบายๆ
นายขายปลาจากที่กินกับครอบครัว รวบรวมเงินสักหกเดือน หรือเก้าเดือน
นายก็จะสามารถซื้อเรื่อที่ใหญ่กว่า ดีกว่าลำนี้ได้ และก้อลูกจ้างด้วย ทีนี้
นายจะสามารถหาปลาได้มากขึ้นเป็นสี่เท่า คิดดูสิ นายจะหาเงินได้มากแค่ไหนในปี หนึ่ง2ปี
ถ้านายทำตามแผนธุรกิจนี้น่ะ ภายใน6-7ปี นายจะได้เป็นเจ้าของกองเรื่อประมงขนาดใหญ่
น่าภูมิใจมั๊ยล่ะ ลองวาดภาพดู หลังจากนั้นนายก้อย้ายสำนักงานใหญ่เข้าสู้เม็กซิโกซิตี้
จากนั้น3-4ปี นายก็เอาบริษัทเข้าตลาดหลักหุ้น ตั้งตัวเป็น CEO รับเงินเดือยพร้อมผลตอบแทน
แล้วอีกไม่กี่ปี ฟังให้ดีนะ! นายก็เริ่มงานแผนซื้อหุ่นคืน ซึ่งจะทำให้นายกลายเป็นภิมหาเศษรฐี!
ผมรับประกัน! ผมน่ะเป็น โปรเฟสเซอร์ด้านนี้น่ะ ผมรู้เรื่องพวกนี้ดี
ชายประมงตั้งใจฟังทุกอย่างที่ชาวอเมริกันพูด เมื่อโปรเฟสเซอร์พูดจบ เค้าจึงถามขึ้นว่า
"โปรเฟสเซอร์คับ แล้วผมจะเอาเงินหลายล้านดอลล่าร์ไปทำอารายล่ะคับ"
เป็นเรื่องน่าแปลกยิ่ง ที่โปรเฟสเซอร์ไม่เคยได้คิดแผนธุรกิจไกลขนาดนั้น ดังนั้นเค้าจึงเริ่มคิด
แล้วบอกกลับชาวประมงว่า "สหาย! เมื่อมีเงินมากมายขนาดนั้น นายก้อเลิกทำงาน ช่ายๆ เลิกทำงาน
ตลอดชีวิตเลยน่ะ แล้วก้อซื้อวิลล่าเล็กๆสักหลัง ในหมู่บ้านที่งามราวกบภาพวาด เช่นหมู่บ้านนี้
แล้วซื้อเรือลำเล็กๆสักลำ ไว้ออกตกปลาตอนเช้า กลับมากินข้าวกลางวันกับลูกเมียได้ทุกวัน
แล้วก้องีบตอนบ่ายสักหน่อยไม่มีอารายต้องกังวล ตื่นมาใช้เวลาอย่างมีคุณภาพกับลูกๆของนาย
หลังอาหารเย็นก็ออกไปเล่นกีตาร์กับเพื่อนๆที่ร้านเหล้า ดื่มเตกีล่าสักหน่อย ใช่แล้วเพื่อนเอ๋ย
นายก็เลิกทำงานแล้วก้อใช้ชีวิตให้สบายไปเลย"
"แต่โปรเฟสเซอร์คับ....." หนุ่มชาวประมงพูดขึ้น
"ผมกำลังทำทุกอน่างที่ว่านั้นแล้วนี่คับ"
.
.
.
จบนิทานแล้วววววว
คงได้ข้อคิดจากนนิทานทั้ง2เรื่องน่ะ
ในชีวิตของเรา
คงจะมีแค่ วันนี้เท่านั้นแหละที่มีค่าแล้ว
รับรู้ถึงคุณค่าของเวลาในทุกๆวินาที
ยิ้มให้กับเรื่องราวในชีวิต
หัวเราะกับทุกสิ่งที่ทำให้มีความสุข
สิ่งที่มีคุณค่า ตอนนี้มันก้ออยู่รอบตัวเราแล้ว
อย่าบอกกกับตัวเองว่าไม่มีคัย
เพราะวันนี้ อย่างน้อยก้อยังมีตัวเราเองอยู่
ให้ความสำคัญกับทุกคนที่อยู่ข้างๆเรา
แม้กระทั่งตัวเราเอง
.
.
.
และ นิทานเรื่องนี้ก้อคงเป็นนิทานเรื่องสุดท้าย
จะเป็นการเขียนบล็อคสุดท้ายแล้ว
ตลอด 1ปีที่ผ่านมา กับ 53 บล็อคที่เขียน
(โอ้โห ตกอาทิตย์ละบล็อคเลยน่ะเนี้ย)
หลังจากนี้ เราก้อจะไม่เขียนบล็อคแล้ว
จะเป็นการใช้ชีวิตขั้นต่อไป ทำให้
"วันนี้ให้มีค่ามากที่สุด"
ไปแล้วน่ะ
ขอบคุณ แรงบันดาลใจต่างๆที่ช่วยให้เขียนบล็อคนี้ขึ้นมาได้
ขอบคุณที่ช่วยให้ระบายสิ่งต่างๆมามากมาย
ขอบคุณทุกคนที่มาช่วยmentให้กำลังใจในการเขียน
ขอบคุนทุๆคนที่สละเวลาอันมีค่าเข้ามากอ่าน
และ
หวังว่าเรื่องราว บนบล็อคทั้งหมดคงช่วยให้
ทุกคนที่อ่าน รู้สึกดี มีความสุขมากมายน่ะ
This is all i can afford
Cheerio and see ya
ตี้_ยากิ
22/10/49 11 October คนไม่รู้จักพอ!! ตื้ง +_+ได้เพลงใหม่มา
"คนไม่รู้จักพอ" by แหนม รณเดช วงสาโรจน์
จุดเริ่มเป็นแค่เพียงอยากได้ใกล้เทอ
ก้อหวังเพียงได้เจอได้เป็นเพื่อนเทอสักวัน
ก่อนก้อเพียงต้องการแค่ได้ทักทาย
แค่ได้เป็นเพื่อนกันก็มีมากเกินจะฝัน
แต่ยิ่งฉันผูกผันก็ทำให้ฉันยิ่งหวังไกล
และหากปล่อยไปก็คงยิ่งช้ำ
ก็เป็นเพราะฉันไม่รู้จักพอ ไม่เคยพอดี
ได้มาเท่านี้ไม่พอ ไม่รู้จักหยุด ทั้งๆที่เทอไม่มีใจ
เพราะไม่รู้จักพอ หัวใจเลยแตกสลาย
เพราะรู้ว่าไม่มีวันที่ได้เธอมา
ก้อมาก้าวมาสะไกลจากวันแรกเจอ
จะให้เป็นเพื่อนเทอก็กลายว่าทำไม่ถูก
ก้อแค่ทำได้เพียงห่างมาให้ไกล
หยุดเรื่องราววุ่นวายที่ทำให้เราต้องทุกข์
(*,**)
ไงเนื้อหาเพลง โดนใจม่ะ เหล่าเพื่อนสนิททั้งหลายยยย
55555
แต่งมาได้เพลงอย่างงี้ ร้องไห้กันไปเลยดีกว่า
เรื่องอย่างงี้มันคงตัวคัยตัวมันหว่ะ ไม่มีคำแนะนำน่ะ
เพราะก้เอาตัวไม่รอดเหมือนกัน อิอิ
ps. แม่งเมื่อวานน้ำท่วมถึงเข่า ต้องเดินลุย น้ำ3 ป้ายรถเมล์เข้าบ้าน
รองเท้าไม่ต้องพูดถึงอะ เป็นเรือดำน้ำไปเลย
24 September ถึง... จากคนธรรมดาวันนี้ได้ข้อคิดดีๆ จากเรื่องธรรมดา
มีคนที่เจอสิ่งร้ายๆมากมาย แต่
เค้ายังยิ้มได้มากกว่าเราอีก
ชีวิตไม่เห็นมีอารายต้องเครียดเลย
คิดแล้วก้อแปลก มีคนมากมาย
ทำบ้าบออารายกับชีวิตก้อไม่รู้
ทำจนลืมทุกๆอย่าง แม้กระทั่ง ลืมรอยยิ้ม
แล้วชีวิตมันจะเหลืออารายล่ะเนี้ย
.
.
.
วันนี้มองฟ้าสดใส เพราะใจเราสดใส
วันนี้เปิดตากว้างขึ้นอีกนิด ก้อมองเห็นสิ่งดีดีมากขึ้นอีก
วันนั้นเห็นเด็ก กำลังเล่นสนุก อยู่บนรถเมล์
แค่เห็นก้อรู้สึกว่า วันนี้ต้องเป็นวันที่มีความสุขแน่นอน
เด็กทำอารายก้อน่ารัก ทำให้โลกนี้มันดูสดใสจิงๆ
+
+
+
วันนี้อยู่เดียวก้อไม่เห็นจะเหงาเลย
แอบไปเห็นคู่รักคู่หนึ่ง รู้สึกถึงความแตกต่างคนละขั้ว
แต่เป็นอารายที่สมดุลมากมายเลย
เห็นแล้วมีความสุขไปด้วย
เหมือนเห็นแฟนกันเดินจูงมือกัน
รุ้สึกมีความสุขจัง ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามเหมือนเดิมเลย
กี่ครั้งแล้วน่ะ ที่ชีวิตที่นั่งทุกข์เพราะความรัก
แต่ต่อไปจะไม่ทุกข์แล้ว
ถึงเราจะชอบเค้ามากแค่ไหน และ
เค้าจะไม่เคยรู้เลย ก้อไม่เป็นไร
แค่ได้รู้ว่า เราชอบเค้า เราก้อมีความสุขแล้ว
เพราะความรักเป็นบางสิ่งบางอย่าง ไม่ใช่ทุกอย่าง
ไม่ว่าจะได้รับรักตอบ หรือต้องอยู่คนเดียว
แค่วันนี้มีความสุขก้อพอแล้ว
*
*
*
(^_^) รอยยิ้มจากคนธรรมดา ที่วันทุกวันมีความสุข
|
|
|||
|
|